หมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

5 ขั้นตอนง่ายๆในการเริ่มแต่งเพลง

 

 

5 ขั้นตอนง่ายๆในการเริ่มแต่งเพลง

 

ทุกวันนี้วัยรุ่นมีความอยากเป็นศิลปินและนักร้องนักแสดงกันมาก แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเป็นนักร้อง cover เพลงต่างๆลงทาง youtube ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นนักร้องแต่ก็จะได้ยอดวิวมาแลกเป็นเงินเพื่อเป็นอาชีพได้อีกช่องทางหนึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเริ่มแต่งเพลงง่ายๆเป็นพื้นฐานให้กับคนที่จะเริ่มเป็นนักร้องหรือนักแต่งเพลง

ขั้นตอนทั้งหมดจะมีอยู่ 5 ขั้นตอนด้วยกันประกอบไปด้วย

 1  Melody  วิธีนี้เป็นวิธีแต่งเพลงที่นิยมทำกันมาตั้งแต่นานมาแล้ว จะค่อนข้างยากไปซื้อใหม่สำหรับมือใหม่ เพราะต้องเล่นเครื่องดนตรีเป็นและต้องหาคอร์ดมารองรับกับเมโลดี้ที่เราต้องการตั้งจะขาดคีย์แล้ว โดยส่วนตัวแล้ววิธีนี้น่าจะเหมาะกับคนที่เริ่มชำนาญในเครื่องดนตรีสักเครื่องดนตรี  และขอร้องทำเพลงออกมาเพลงจะได้ไม่เพี้ยน 

2 เริ่มจากเนื้อร้อง วิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีที่คนส่วนใหญ่นิยมจะทำ เพราะการหาเนื้อร้องมันจะออกมาจากสมองเราง่ายกว่าการทำเมโลดี้ และก็เป็นจุดสำคัญที่จะเป็นแกนสำหรับดนตรีว่าจะไปในทิศทางไหน ส่วนการร้องออกมาแล้วเราไม่สามารถแบ่งวรรคได้ก็แนะนำให้เราเขียนเป็นเรียงความหรือประโยคขึ้นมาก่อนหรือลองเขียนเป็นก่อนก็ได้ แล้วค่อยเริ่มเชื่อมคำที่ชอบหรือประโยคที่ต้องการเข้าหากัน ซึ่งจะเป็นวิธีที่ง่ายและกระชับที่สุดก่อนที่จะมาใส่ดนตรีในภายหลัง

 3 Melody + เนื้อร้องพร้อมๆกันเลย อันนี้ต้องเหมาะกับคนที่มีประสบการณ์ในการทั้งร้องและเล่นเครื่องดนตรีมาแล้วพอสมควร เพราะคนที่เล่นเครื่องดนตรีเป็นและร้องมาพอสมควรแล้ว จะสามารถเล่นดนตรีให้เข้ากับทีวีเนื้อร้องและทำนองที่เราต้องการได้ง่ายกว่า มันจะทำให้เนื้อร้องและเมโลดี้สัมผัสเข้าหากัน และทำให้เพลงออกมาเป็นธรรมชาติมากกว่า

 4 เริ่มจากการตีคอร์ดหรือฮาโมนี่ โดยวิธีนี้ก็บอกกับคนที่มีความเข้าใจในวิธีการแต่งเพลงและเล่นเครื่องดนตรีเป็นโดยจะเริ่มจากการที่เราเขียนคอร์ดเพลงลงไปก่อน และตามด้วยโครงเพลงหรือเนื้อร้องหรือทำเพลงไปเรื่อยๆเพื่อเป็นแนวทางของคอร์ดและเนื้อร้อง  แล้วค่อยเติมเมโลดี้กับเนื้อร้องที่ชัดเจนลงไปในภายหลังซึ่งวิธีนี้บางคนทำได้รวดเร็วมากๆ

วิธีที่ 5 คือพิธีแบบมือโปร  Harmony + Melody + เนื้อร้อง หรือ  Harmony + Melody  วิธีการแต่งเพลงแบบนี้จะเป็นวิธีการที่รวมเอาความสามารถของคนแต่งเพลงเข้ามาไว้ด้วยกัน โดยทั่วไปแล้วคนแต่งเพลงมักจะเล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลาย จึงทำให้วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายสำหรับนักแต่งเพลงมือโปรซึ่งจะมีความหลากหลายในการแต่งเพลงแล้วแต่ตัวบุคคลแต่ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่เพราะเป็นวิธีที่ยากเกินไปและจะทำให้เราเบื่อกับการแต่งเพลงในที่สุดฉันเอง

ตั้งสายกีต้าร์ ด้วยการใช้เครื่องตั้งสายด้วยตัวเอง

 

ปัจจุบันการตั้งสายกีต้าร์นั้นไม่อยากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว มีเครื่องมือชนิดต่างๆที่เข้ามาช่วยให้การตั้งสายง่ายและสะดวกมากขึ้นโดยที่เครื่องตั้งสายมีมากมายหลายยี่ห้อ มีฟังชั่นใช้งานที่แตกแยกกันออกไป โดยก่อนหน้าที่จะไปใช้เครื่องตังสายนั้นเราก็จะต้องรู้เรื่องพื้นฐานของสายแต่ล่ะสายก่อนว่าแต่ล่ะสายคือคีย์อะไร

 

ต่อมาเราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเสียงของแต่ล่ะสายแต่ล่ะตำแหน่งว่าจะให้เสียงอะไร เพราะตัวโน๊ตจะปรากฏขึ้นเมื่อเราดีแต่ล่ะสาย เช่นเราดีดสาย 1 จะเป็นโน๊ตตัว E ถัดมาดีดที่สายสองก็จะเป็นโน๊ต B ต่อมาดูที่หน้าจอของเครื่องตั้งสายส่วนใหญ่แล้วความถี่จะอยู่ที่ 440 Hz ดังนั้นถ้าเครื่องของท่านแสดงความถี่อื่นให้ท่านปรับให้เป็น 440 Hz เพื่อให้ตรงกับมาตฐานสากล

หลังจากนั้นก็ไล่ดีไปทีล่ะเส้นและปรับความตึงหย่อนของสายกีต้าร์ให้ต้องกับโน๊ตที่แสดงบนหน้าจอของเครื่องตั้งโดยที่เทียบเสียงของแต่ล่ะสามตามตัวโน๊ตคือ (สายที่ 1 E) (สายที่ 2 B) (สายที่ 3 G) (สายที่4 D) (สายที่5 A) (สายที่ 6 E)

โดยที่ตัวเครื่องส่วนใหญ่จะมีฟังชั่นมาให้อยู่หลักๆ 5 โหมด

C = โครมาติก ( ระบบแมนนวล )
G = กีต้าร์
B = เบส
V = ไวโอลิน
U = อูคูเลเล่

แนะนำให้ใช้ C กับ G สำหรับกีต้าร์

สำหรับในกรณีที่เสียงเพี้ยนไปมากกว่า 1 คีย์ เช่น ปกติแล้วสายหนึ่ง ควรจะเป็นเสียง e แต่ดีดแล้วดันเป็นเสียง D นั่นเพราะเสียงของสายหนึ่งนั้นต่ำกว่าปกติไป 1 เสียง ให้เราทำความเข้าใจกับรูปแบบการไล่ลำดับเสียงของตัวโน๊ตที่ถูกต้องก่อนคือ C D E F G A B C ดังนั้นสมมุติว่าเราดีดสายที่ 1 แล้วเป็นเสียง D ให้เรากลับไปดูเรื่องการไล่ลำดับของเสียงตัวโน๊ตว่า โน๊ตตัว E นั้นอยู่ก่อนหรือหลังตัว D วิธีการแก้ปัญหานี้ให้เพื่อนๆ หมุนลูกบิดให้เสียงสูงขึ้น 1 เสียง จนเป็นเสียง E นั่นเอง (ปัญหานี้มักทำให้ผู้เริ่มต้นสับสนได้)

เครื่องดนตรี “ไทย”ในแต่ล่ะภาค

    ถ้าให้เราพูดถึงเรื่องของดนตรีนั้นเราจะบอกว่าดนตรีของไทยเลยมีทั้งหมด 4 ภาคที่เราจะมาเรียนรู้ว่ามีอะไรบ้าง

1. เครื่องดนตรีภาคกลาง นั้นประกอบไปด้วยเครื่องดนตรี ทั้งดีด สี ตี เป่าเครื่องดีดนั้นก็จะได้แก่ จะเข้จ้องหน่อง เครื่องสีก็จะได้แก่ ซอด้วงและซออู้เครื่องตีก็จะได้แก่ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดทอง ระราดทุ้มเล็ก ฆ้องโหม่ง ฉิ่ง ฉาบและกรับ เครื่องเป่า ได้แก่ ขลุ่ยและปี่ในลักษณะเด่นของดรตรีภาคกลางนั้นคือวงปี่พาทย์ของภาคกลางจะได้มีการถูกพัฒนาและก็ได้มีการผสมผสานกับดนตรี หลวงซึ่งจะมีการพัฒนาเคื่องดนตรีปี่ และกลองมาเป็นหลัก และก็จะมาเป็นระนาดและฆ้องวงพร้อมทั้งเครื่องดนตรีอื่นนั้นเข้ามาผสมผสานกันจนกลายมาเป็นวงดนตรีขนาดใหญ่รวมไปถึงการที่มีขับร้องที่คล้ายคลึงกับปี่พาทย์ของหลวง

2. เครื่องดนตรีภาคเหนือ ซึ่งในช่วงแรกนั้นจะเป็นเครื่องดนตีประเภทตีนั้นก็จะได้แก่ ท่อนไม้กลวงที่ใช้ในงานพิธีต่างๆส่วนมากจะเป็นไปในเรื่องของภูผี ปีศาจและเจ้าป่าเจ้าเขาจากนั้นก็ได้ถูกการพัฒนาโดยนำหนังสัตว์มาขึงที่ปากของท่อนไม้กลวงนั้นเพื่อที่จะได้มีเสียงเครื่องดนตรีที่เรียกว่ากลองและภายในเวลาต่อมานั้นก็ได้ถูกพัฒนาในกลองให้มีความแตกต่างกันออกไป เช่น กลองที่ขึงด้วยนั้นสัตว์เพียงข้างเดียวได้แก่ กลองรำมะนากลองยาว กลองแอว และก็กลองที่ขึงด้วยเนื้อสัตว์ที่มีทั้งสองข้างได้แก่กลองมองเซิง กลองสองหน้า และสุดท้ายก็กลองตะโพนมอญและนอกจากนี้ยังไม่หมดยังมีเครื่องตีที่ทำด้วยโลหะอีก อย่างเช่น ฆ้อง ฉิ่งฉาบ ส่วนเครื่องดนตรีประเภทเป่า ได้แก่ ขลุ่ย ย่ะเอ้ ปี่แน ปี่มอญปี่สรไน และเครื่องสีนั้นก็ได้แก่ สะล้อ 5 ลูก สะล้อ 4 ลูก สะล้อสามสายส่วนเครื่องดีดได้แก่ พิณเปี๊ยะ และซึ่ง3 ขนาด คือซึงน้อย ซึงกลางซึงใหญ่ สำหรับเครื่องดนตรีในภาคเหนือนั้นจะนำเครื่องดนตรีประเภท ดีด สี ตี เป่า ซึ่งจะมาผสมวงกันให้เกิดเป็นเสียงดนตรที่ไพรเราะ

3. เครื่องดนตรีภาคอีสาน การที่เราเอาเครื่องดนตรีของแต่ละภาคนั้นมาเล่นไม่ว่าจะเป็น กลอง โปง โหวด ปี่ พิณ โปรลาง แคน เป็นต้นโดยมีการนำมาผสมผสานกันจนทำให้เป็นวงดนตรีภาคอีสานและก็อีสานนั้นก็กลายมาเป็นวงดนตรีพื้นบ้านภาคอีสานที่มีลักษณะเฉพาะตามพื้นที่ส่วนทางอีสานนั้นจะได้เล่นเครื่องดนตรีออกไปทางแนวกันตรึมซึ่งเป็นดนตรีที่ไพเราะของชาวอีสาน ซึ่งจะออกเป็นแนวที่สนุกสนานครื้นเครงใช้ประกอบในการแสดง และก็พิธีต่างๆ เช่น ลำผีฟ้า ใช้แคนในการรักษาโรคและงานศพแบบอีสาน

ดนตรี พื้นบ้านในแต่ละภาคของประเทศไทย

 

เครื่องดนตรีพื้นบ้านของแต่ล่ะภาคของไทย

ดนตรีพื้นบ้านเป็นดนตรีที่ถูกสืบทอดกันมา ด้วยจากการที่เรานั้นพูด และ การที่เราได้ยินจากการที่เราฟังมากกว่าการที่เรานั้นได้อ่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่เรานั้นผูกกันต่อๆมา โดยไม่มีการจดบันทึกแต่ว่าใช้การเล่าสู่กันฟัง โดยรุ่นสู่รุ่นจึงเป็นการสืบทอดกันมา
โดยเป็นวัฒนธรรมของอีกอย่างของชาวหมู่บ้านที่สืบทอดกันมา และก็กลายเป็นกิจกรรมการเล่นดนตรีที่ผ่อนคลาย

หลังจากการที่เรานั้นเสร็จจากการที่เรานั้นทำงานประจำแล้ว และก็ยังเป็นการสร้างสีสันความบันเทิงให้กับคนในหมู่บ้านเมื่อมีงานประจำหรือว่าเป็นงานท้องถิ่นก็ทำให้งานนั้นมีความสนุกสนานรื่นเริงกันนะก็กลายมาเป็นการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงลูกหลานและจนกลายมาเป็นดนตรีพื้นบ้านของไทย

และก็สามารถที่จะแบ่งออกไปแต่ละภาคของประเทศไทยเรานั้นมีดังนี้

ดนตรีพื้นภาคกลาง นั้นจะประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีดีด สี ตี เป่า และเครื่องดีดนั้นจะประกอบไปด้วย จะเข้ และจ้องหน่อง เครื่องสีนั้นได้แก่ ซ้ออู้ ซอด้วง ส่วนเครื่องตีนั้นจะได้แก่ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดทอง ระนาดทุ้มเล็ก ฆ้อง โหม่ง ฉิ่ง ฉาบ และกรับ เครื่องเป่านั้นก็ได้แก่ ขลุ่ยและปี่

ลักษณะเด่นของดนตรีพื้นบ้านในภาคกลางนั้น จะเป็นเครื่องดนตรีวงปี่พาทย์ของภาคกลางนั้นจะมีการที่ถูกพัฒนาในลักษณะของการที่ผสมของวงดตรีหลวง โดยจากการที่มีการพัฒนาเครื่องดนตรี ปี่และกลองเป็นหลักและมาพร้อมกับฆ้องซึ่งกลายมาเป็นวงที่พร้อมมากยิ่งขึ้นและก็กลายมาเป็นวงใหญ่และก็ยังมีการขับร้องที่คล้ายคลึงกับปี่พาทย์ของหลวง
ซึ่งเป็นการที่ถ่ายทอดมาจากการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและหลวง

ดนตรีพื้นบ้านทางภาคเหนือ ซึ่งก่อนหน้านี้ในเริ่มแรกของการมีดนตรีนั้น เกิดจากการที่เรานั้น เอาท่อนไม้กลวงนั้นมาใช้ในการที่มีพิธีในเรื่องของภูตผีปีศาจและเจ้าป่า เจ้าเขาและต่อมานั้นได้มีการพัฒนาโดยการที่เรานั้นนำหนังสัตว์นั้นมาขึงที่ปากท่อนไม้ที่เป็นท่อนไม้กลวงนั้นได้เป็นเครื่องดนตรีประเภท กลอง และในเวลาที่ต่อมานั้นได้มีการพัฒนากลองนั้นให้เป็นรูปแบบต่างๆนั้นออกไปอย่างเช่น กลองรำมะนา กลองยาว กลองแอว และก็กลองที่ขึงด้วยหนังสัตว์สองหน้านั้นก็ได้แก่ กลองมองเซิง กลองสองหน้า
และตะโพนมอญ และนอกจากนี้ยังมีเครื่องดนตรีที่ทำจากเครื่องโลหะนั้นเช่น ปีมอญ ปีสรไน และก็เครื่องสี ได้แก่ สะล้อลูก 5 สะล้อ 4 และ สะล้อ 3 สาย และนอกจากนี้นั้นยังมีเครื่องดีด ได้แก่ พิณเปี๊ยะ และซึง 3 ขนาด ซึ่งจะมี ซึงน้อง ซึ้งกลาง และซึงใหญ่ลักษณะของเครื่องดนตรีทางภาคเหนือนั้นมีความที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นบ้านนั้นได้มีความไพรเราะเพราะว่าได้นำเครื่องดนตรี ประเภท เครื่องดีด สี ตี เป่า นั้นมาผสมกันและเป็นการเครื่องเล่นที่สามบูรณ์แบบ เพราะว่ามีความเป็นทำนองคล้ายกับสิ่งที่เคลื่อนไหวตามสายลม อ่อนละมุนอย่างเป็นธรรมชาติและก็ยังเป็นเอกลักษณ์ของทางภาคเหนือนั้นอีกด้วย

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa