ดนตรี พื้นบ้านในแต่ละภาคของประเทศไทย

 

เครื่องดนตรีพื้นบ้านของแต่ล่ะภาคของไทย

ดนตรีพื้นบ้านเป็นดนตรีที่ถูกสืบทอดกันมา ด้วยจากการที่เรานั้นพูด และ การที่เราได้ยินจากการที่เราฟังมากกว่าการที่เรานั้นได้อ่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่เรานั้นผูกกันต่อๆมา โดยไม่มีการจดบันทึกแต่ว่าใช้การเล่าสู่กันฟัง โดยรุ่นสู่รุ่นจึงเป็นการสืบทอดกันมา
โดยเป็นวัฒนธรรมของอีกอย่างของชาวหมู่บ้านที่สืบทอดกันมา และก็กลายเป็นกิจกรรมการเล่นดนตรีที่ผ่อนคลาย

หลังจากการที่เรานั้นเสร็จจากการที่เรานั้นทำงานประจำแล้ว และก็ยังเป็นการสร้างสีสันความบันเทิงให้กับคนในหมู่บ้านเมื่อมีงานประจำหรือว่าเป็นงานท้องถิ่นก็ทำให้งานนั้นมีความสนุกสนานรื่นเริงกันนะก็กลายมาเป็นการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงลูกหลานและจนกลายมาเป็นดนตรีพื้นบ้านของไทย

และก็สามารถที่จะแบ่งออกไปแต่ละภาคของประเทศไทยเรานั้นมีดังนี้

ดนตรีพื้นภาคกลาง นั้นจะประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีดีด สี ตี เป่า และเครื่องดีดนั้นจะประกอบไปด้วย จะเข้ และจ้องหน่อง เครื่องสีนั้นได้แก่ ซ้ออู้ ซอด้วง ส่วนเครื่องตีนั้นจะได้แก่ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดทอง ระนาดทุ้มเล็ก ฆ้อง โหม่ง ฉิ่ง ฉาบ และกรับ เครื่องเป่านั้นก็ได้แก่ ขลุ่ยและปี่

ลักษณะเด่นของดนตรีพื้นบ้านในภาคกลางนั้น จะเป็นเครื่องดนตรีวงปี่พาทย์ของภาคกลางนั้นจะมีการที่ถูกพัฒนาในลักษณะของการที่ผสมของวงดตรีหลวง โดยจากการที่มีการพัฒนาเครื่องดนตรี ปี่และกลองเป็นหลักและมาพร้อมกับฆ้องซึ่งกลายมาเป็นวงที่พร้อมมากยิ่งขึ้นและก็กลายมาเป็นวงใหญ่และก็ยังมีการขับร้องที่คล้ายคลึงกับปี่พาทย์ของหลวง
ซึ่งเป็นการที่ถ่ายทอดมาจากการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและหลวง

ดนตรีพื้นบ้านทางภาคเหนือ ซึ่งก่อนหน้านี้ในเริ่มแรกของการมีดนตรีนั้น เกิดจากการที่เรานั้น เอาท่อนไม้กลวงนั้นมาใช้ในการที่มีพิธีในเรื่องของภูตผีปีศาจและเจ้าป่า เจ้าเขาและต่อมานั้นได้มีการพัฒนาโดยการที่เรานั้นนำหนังสัตว์นั้นมาขึงที่ปากท่อนไม้ที่เป็นท่อนไม้กลวงนั้นได้เป็นเครื่องดนตรีประเภท กลอง และในเวลาที่ต่อมานั้นได้มีการพัฒนากลองนั้นให้เป็นรูปแบบต่างๆนั้นออกไปอย่างเช่น กลองรำมะนา กลองยาว กลองแอว และก็กลองที่ขึงด้วยหนังสัตว์สองหน้านั้นก็ได้แก่ กลองมองเซิง กลองสองหน้า
และตะโพนมอญ และนอกจากนี้ยังมีเครื่องดนตรีที่ทำจากเครื่องโลหะนั้นเช่น ปีมอญ ปีสรไน และก็เครื่องสี ได้แก่ สะล้อลูก 5 สะล้อ 4 และ สะล้อ 3 สาย และนอกจากนี้นั้นยังมีเครื่องดีด ได้แก่ พิณเปี๊ยะ และซึง 3 ขนาด ซึ่งจะมี ซึงน้อง ซึ้งกลาง และซึงใหญ่ลักษณะของเครื่องดนตรีทางภาคเหนือนั้นมีความที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นบ้านนั้นได้มีความไพรเราะเพราะว่าได้นำเครื่องดนตรี ประเภท เครื่องดีด สี ตี เป่า นั้นมาผสมกันและเป็นการเครื่องเล่นที่สามบูรณ์แบบ เพราะว่ามีความเป็นทำนองคล้ายกับสิ่งที่เคลื่อนไหวตามสายลม อ่อนละมุนอย่างเป็นธรรมชาติและก็ยังเป็นเอกลักษณ์ของทางภาคเหนือนั้นอีกด้วย